ป่าชายเลน ที่ควรอนุรักษ์กลุ่มลุ่มแม่น้ำ

ป่าชายเลน  ป่าชายเลนคือกลุ่มสังคมพืชที่อยู่ในเขตลุ่มแม่น้ำลงต่ำสุดและน้ำขึ้นสูงสุด ในบริเวณชายฝั่งของทะเลปากน้ำ หรือว่าอ่าวนั้นเอง ถึงเราจะแปลได้อีกความหมายหนึ่งนั่นก็ คือ สังคมที่ประกอบไปด้วยพืชไม้หลายชนิดหลายตระกูลที่มี พืชสีเขียวตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด สังคมที่พืชประกอบไปโดยมีลักษณะเซลล์สุริยะทางวิทยาศาสตร์ หรือว่าความต้องการทางสิ่งแวดล้อมที่คล้ายกันซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบด้วยไม้สกุลโกงกางเป็นไม้ที่สำคัญและมีไม้ตระกูลอื่นผสมผสานอยู่รวมกันบ้าง   ได้มีการค้นหาพบป่าประเภทนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อ คลิสโตเฟอร์  โคลัมบัส ได้มีการเดินทางมายังบริเวณชายฝั่งตะวันออกหรือว่าฝั่งตะวันตก 

ป่าชายเลน – ป่าแห่งลุ่มชายฝั่งแม่น้ำ

ป่าชายเลน  โดยคำว่าmangrove มาจากภาษาโปรตุเกสที่มีความหมายกลุ่มของสังคมพืชที่ขึ้นอยู่ตามฝั่งทะเลมี การใช้แพร่หลายในประเทศแถบละตินอเมริกา หรือว่าประเทศอื่นที่ บริเวณของป่าชายเลนนั้นโดยทั่วไปคือชายฝั่งทะเลบริเวณปากน้ำ ระหว่างทะเลสาบนั้นเองซึ่งบริเวณที่มีน้ำท่วมของทะเลถึงประเทศ  แถบภูมิภาคเขตร้อนส่วนเขตเหนือหรือว่าเขตใต้ร้อนนั้นจะพบป่าชายเลนอยู่ไวมาก ดูพื้นที่ที่พบป่าชายเลนเช่นในกลุ่มประเทศของภูมิภาคเอเชีย ภาคตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะมาเลเซียพม่าไทยอินโดนีเซีย

ป่าชายเลน

ในด้านระบบนิเวศของป่าชายเลนนั้นก็อุดมสมบูรณ์เช่นกัน  ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างต่อกันของสิ่งมีชีวิต  และสิ่งแวดล้อมพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ชนิดต่าง ๆ  เมื่อได้รับแสงจากดวงอาทิตย์แล้วจะใช้ในการสังเคราะห์แสง  ทำให้เกิดอินทรีย์ยาวัตถุและการเจริญเติบโตจนกลายเป็นผู้ผลิตในที่สุด นอกเหนือจากนั้นมนุษย์ยังสามารถนำเอาประโยชน์ป่าชายเลน จากการรวบรวมใบไม้ทับถมในน้ำและในดินกลายมาเป็นแร่ธาตุจากพวกจุลชีวัน เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และสัตว์เล็ก  อื่น ๆ อีกมากมาย  ที่เราต่างเรียกว่าผู้บริโภคของระบบควบจุลชีวันเหล่านี้จะมีการเจริญเติบโตเป็นอย่างมากในแหล่งแม่น้ำ  และอาหารของสัตว์เล็ก ๆ อย่างเช่นพวก กุ้ง ปู หอย ปลา ที่มีขนาดใหญ่นั้นเองตามลำดับของอาหาร   นอกจากนี้ใบไม้ที่ร่วงลงมาตรงโคนต้นอาจจะเป็นอาหารโดยตรงของสัตว์น้ำก็เป็นได้   ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้จะเกิดห่วงโซ่อาหารขึ้นมาเอง  และระบบนิเวศของป่าชายเลนโดยธรรมชาติจะมีความสมบูรณ์ของตัวมันเอง   ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งก็จะทำให้ผลของ  ระบบความสัมพันธ์นี้ถูกทำลายลงจนเกิดผลเสียในที่สุด 

ซึ่งในประเทศไทยแล้วมีป่าชายเลนทั้งหมด 23 จังหวัด ที่มีพื้นที่ตามริมฝั่งแม่น้ำลำคลองหรือว่าเป็นเกาะต่าง ๆ อย่างเช่น ภาคกลางตอนล่างภาคตะวันออกตลอดจนภาคใต้ทั้ง 2 ฝั่ง ลงไปสุดเขตแดนติดกับมาเลเซียจากการสำรวจพื้นที่ของป่าชายเลนเมื่อในปี พ.ศ 2504 แล้วมีพื้นที่รวมทั้งสิ้นทั้งหมด  2,299,375 ไร่  จะเฉลี่ยร้อยละ 0.7 ของพื้นที่ที่มีทั้งหมดในประเทศ  ซึ่งในปีต่อมาป่าชายเลนได้ลดลงอย่างรวดเร็วจากการสำรวจในปี พ.ศ 2529ป่าชายเลน นี้ปรากฏในว่าป่าชายเลนนั้นเหลือประมาณ1,220,000 ไร่ มาอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะมีอัตราการบุกรุกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

ประเภทของป่าชายเลนแบ่งออกได้ 4 ชนิดนั่นก็ คือ

•Riren foreest เป็นป่าชายเลนที่พบในพื้นที่ฝั่งแม่น้ำที่ใหญ่ติดกับทะเลสาบ รวมถึงทะเลที่มีการท่วมของน้ำ

•Basin foreest  เป็นป่าชายเลนที่ติดกับแผ่นดินใหญ่ ตามลำดับน้ำและได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลน้อยมาก

•Fringe foreest เป็นป่าชายเลนที่พบในชายฝั่งทะเลที่ติดกับแผ่นดินรอบเกาะ ที่เป็นเกาะใหญ่ทะเลน้ำท่วมถึงเสมอเป็นประจำ

•Overwash foreest เป็นป่าชายเลนที่พบตามเกาะเล็ก ๆ เมื่อทะเลนั้นน้ำสูงขึ้นจะท่วมต้นไม้หมด มีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่า 

ลักษณะการปรับตัวเพื่อเจริญเติบโต ในน้ำเค็มมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับพืชทะเลทราย เนื่องจากไม่สามารถที่จะดูดน้ำไปใช้ได้อย่างสะดวกป่าชายเลน นั้นจะต้องกักเก็บน้ำไว้ที่รูขึ้นมาไว้ในลำต้นให้ได้มากที่สุดและจะเห็นลักษณะของใบเคลือบหนาด้วยดิน และที่ปากใบแบบจมทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำออกจากใบนั่นเอง 
สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ คลิก>>> behandson