วรรณกรรม และประเพณีวัฒนธรรม

วรรณกรรม  วรรณกรรมเป็นวรรณคดีทางศิลปะอย่างหนึ่งที่มีผลงานเกิดขึ้นจากแนวความคิด และจินตนาการที่สามารถเรียบเรียงมาบอกให้เป็นการ บันทึก ขับร้อง หรือว่าตอนสื่อสารออกมาด้วยกลไกต่าง ๆโดยทั่วไปการแบ่งวรรณกรรมออกเป็น 2 ประเภทนั่นก็ คือ

1. วรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือหรือว่าลายลักษณ์อักษร 

2.และวรรณกรรมมุขปาฐะที่ได้แก่การบอกเล่าด้วยปากต่อปากไม่มีการจดบันทึก 

วรรณกรรมได้รับการยกย่องแต่งตั้งได้ดีที่ เรียกว่า วรรณคดี สำหรับวรรณคดีต้องเป็นวรรณกรรม แต่ไม่จำเป็นต้องวรรณคดีทั้งหมด  คำนิยามของวรรณกรรม คือ ภาวะสิ่งที่สร้างจินตนาการด้วยอารมณ์ความรู้สึก และความสนุกเพลิดเพลิน ซึ่งในปัจจุบันวรรณกรรมต่าง ๆมุ่งเน้นความรู้เป็นส่วนมาก และความเพลิดเพลินของผู้อ่านเพื่อตอบสนองเป็นอย่างดี ส่วนวรรณศิลป์น้ำจะเป็นการออกแบบใดก็ได้วรรณกรรมมีความหมายที่ควบคุมถึงงานเขียนด้านต่าง ๆ ได้คือ 

งานเขียนที่ต้องมีคุณค่าทางวรรณศิลป์จะเป็นงานเขียนประเภทใดก็ได้โดยตรงแสงจากศิลปะ และมีความประณีตงดงามรวมถึงกลไกการสร้างอารมณ์และการสะเทือนใจทำให้ผู้อ่านนั้นคอยตาม ทำให้รู้สึกถึงงานเขียนที่มีคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ เช่น นวนิยาย เรื่องสั้น บทความ สารคดี บทละคร เป็นต้น งานเขียนโดยทั่วไปจะเป็นงานเขียนที่ไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปะทั้งหมด หรือว่าการใช้กลไกในการเขียนเช่น ตำรา เอกสารทางการวิชาการ 

วรรกรรม

วรรณกรรม ของไทย

วรรณกรรมความเป็นมาของวรรณกรรมที่ปรากฏขึ้นในพระราชบัญญัติที่คุ้มครองทางด้านวรรณกรรมและศิลปกรรมเมื่อในปี พ.ศ 2475    วรรณกรรมที่เทียบเคียงได้กับภาษาอังกฤษว่า  Literay wory หรือ general literture มีความหมายที่แปลตามรูปศัพท์ได้ว่าทำเป็นหนังสือ ที่มีความหมายแล้วจะเห็นได้กว้างขวางยิ่งขึ้น และก็คือการเขียนหนังสือและความหมายสั้น ๆ รวมถึงเรื่องราวที่สมบูรณ์แบบได้ เชิญข้อความที่เขียนตาม ใบปลิว โฆษณา ทางด้านต่าง ๆ ตลอดจนถึงบทความ และหนังสือพิมพ์ที่สามารถตีพิมพ์ออกมาได้เป็นเล่นทุกชนิดอย่างเช่น ตำราตำรับต่าง ๆ กาพย์ ก็ถือว่าเป็นวรรณกรรมทั้งสิ้นจากลักษณะที่กว้าง ๆ ของวรรณกรรมทำให้เราเห็นถึงคุณค่าไม่มากก็น้อยทางด้านวรรณกรรม และวรรณศิลป์โดยขึ้นอยู่กับวรรณศิลป์คือศิลปะในการแต่งหนังสือให้น่าดึงดูดและสนใจ ถ้าเรื่องของวรรณกรรมเรื่องใดที่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์ที่เกิดขึ้นจะเป็นที่ยอมรับกัน โดยทั่วไปรวมเป็นหนังสือที่ดีรวมถึงรายละเอียดโดยรวมที่วรรณกรรมอาจได้รับการยกย่องว่าเป็นวรรณคดีที่ดี แต่ถึงอย่างไรก็ตามตอนที่ได้กำหนดว่าวรรณกรรมเรื่องใดวรรณกรรม ที่ควรเป็นวรรณคดีแล้วนั้นต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่แต่งหนังสือเป็นเวลานานพอสมควร เพื่อเป็นบทพิสูจน์ว่าวรรณกรรมนานจะเป็นอมตะ ในอนาคตและเป็นที่ยอมรับของทุกยุคทุกสมัยก็อาจจะมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีและเหมาะสมต่อระยะเวลานาน ๆ 

เนื้อหาในวรรณคดีหรือไม่ที่มีและรักร้านจำแนกออกได้ตามเรื่องราวดังนี้ 

วรรณคดีศาสนา ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างศรัทธาและคำสอนที่เข้าใจ ทั้งสาระของศาสนามีเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนาโดยตรง พร้อมทั้งโครงเรื่องและแนวคิดทางศาสนามาผูกเรื่องราว

วรรณคดีคำสอน มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแนวทางในการไปปฏิบัติปฏิวัติเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ ได้รับอิทธิพลต่อหลักธรรมทางศาสนา 

วรรณคดีขนบธรรมเนียมประเพณีและพิธีกรรมมี 2 ลักษณะ นั่นก็คือเป็นบทบาทที่ใช้ในพิธี หรือว่าประกอบเนื้อหาในการใช้ภาษาที่ไพเราะทั้งการสร้างอารมณ์ให้รู้สึกถึงความ ของพิธีนาน ๆ อย่างเช่น กาพย์เห่เรือ โองการแช่งน้ำ

•วรรณคดีประวัติศาสตร์ มักมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการศึกสงครามการสดุดีวีรชนที่ 9วรรณกรรม เล่าถึงเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง 

วรรณคดีบันทึกการเดินทางมักมีเนื้อหาพรรณนาถึงความรักความอาลัยและเรื่องราวที่ละเอียดเกี่ยวกับการเดินทาง 

•วรรณคดีเพื่อความบันเทิง ที่มีเนื้อหาจากการนิทานประเภทจักรๆวงศ์ๆ หรือว่านิยายท้องถิ่นที่มีเข้าเครื่องจริง 

วรรณกรรมไทยสามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ

1.ร้อยแก้ว ที่เป็นภาษารูปแบบหนึ่งซึ่งใช้โครงสร้างทางไวยากรณ์ปกติและมีการไหลถ้อยคำให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด แทนที่จะใช้โครงสร้างร่วมถึงจังหวะดังในกวีนิพนธ์ ยังมีการถกเถียงเชิงวิจารณ์ต่อการสร้างร้อยแก้วรวมถึงการเรียบเรียงให้ได้พื้นที่ทั้งโครงสร้างที่มีใหญ่อย่างหลวม

2.ร้อยกรอง เป็นกวีนิพนธ์คือรูปแบบทางศิลปะที่มนุษย์ต่างใช้ภาษาเพื่อผลประโยชน์ทางด้านสุทรียะ วรรณกรรม ซึ่งเพิ่มจากสมัยอู่ทองความหมายนับเป็นส่วนหนึ่งของวรรณกรรม เป็นงานเขียนที่มีวรรณศิลป์ที่เราใส่หรือว่าปัจจุบันอารมณ์ที่มีความหมายทำนองเดียวกับ ร้อยกรองมีความหมายถึง ถ้อยคําที่เรียบเรียงขึ้นให้เป็นระเบียบตามพระราชบัญญัติแห่งฉันทลักษณ์

สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Click>>> behandson